เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒๒ มิ.ย. ๒๕๖๙

เทศน์เช้า วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๙

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้วันพระไง วันพระ วันโกน วันแสวงหาบุญกุศลใส่หัวใจของตน

เราเป็นฆราวาส เราต้องทำมาหากิน เราต้องมีหน้าที่การงาน เวลาเราน้อย

เราบวชใหม่ๆ นะ เวลาออกรบ วันพระเป็นวันปกติที่ถือเนสัชชิก ไม่นอน แล้วเราเจอหมู่คณะที่ดีงามไง ช่วยกันฝึกหัดปฏิบัติ ส่งเสริมกัน มีอะไรนะ ช่วยกันปกป้องคุ้มครองดูแล ถ้าเจอหมู่คณะที่ดี หมู่คณะที่ดีมันเป็นบุญเป็นกุศลไง

การคบมิตรๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก “คบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด”

แล้วเราจะคบมิตรที่ดีงาม เราชักชวนกันไปสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม

นักปฏิบัติๆ วันพระ วันโกนระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ครูบาอาจารย์ของเรานะ เวลาประพฤติปฏิบัติถวายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บูชาพระธรรม ถวายพระอริยสงฆ์ แล้วพยายามฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้เรามันเป็นจริงขึ้นมา เห็นไหม

วันพระ วันโกน มันเป็นประโยชน์

ฆราวาส ฆราวาสนะ ถ้าสมัยโบราณ วันพระ วันโกนเป็นวันหยุด แล้วพอประเทศชาติเจริญ โลกเจริญ ต้องมาหยุดเสาร์อาทิตย์

ถ้าวันพระ วันโกนวันหยุดนะ วันโกนเขาเตรียมอาหารไว้ใส่บาตรพระ ใจเขาเป็นกุศลตั้งแต่วันโกน วันพระๆ ใส่บาตรพระไปแล้ว สิ่งที่ได้ทำบุญกุศลของเราแล้ว สิ่งที่เราต้องย้อนกลับไปในครอบครัวของตน คุ้มครองดูแลความเป็นปกติสุขในครอบครัวของตน

แล้วถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา มันเป็นความสุข ความสุขของฆราวาส ความสุขของโลก ความสุขของพระ นักรบๆ ไม่ทำให้วัดเป็นที่วุ่นวาย นักรบๆ ทำวัดให้เป็นสัปปายะ เป็นที่การประพฤติปฏิบัติ ปฏิบัติเพื่ออะไร

เพื่อสร้างธรรมทายาท เพื่อสร้างอนุชนรุ่นหลังขึ้นมา แต่อนุชนรุ่นหลังขึ้นมามันจะมีอำนาจวาสนามากน้อยแค่ไหนไง

หลวงปู่มั่นเวลาอบรมพระไง ไอ้พวกแซงหน้าแซงหลัง แซงหน้าแซงหลัง

มันไม่เอา มันมาเอาชื่อเสียง มันมาชุบตัว แล้วออกไปข้างนอกมันก็ไปทำตัวเหลวไหล นี่คืออำนาจวาสนา

หลวงปู่มั่นท่านถึงพิจารณาของท่าน องค์ไหนที่จะเป็นไปได้ ส่งเสริมคุ้มครองดูแลองค์นั้น เพราะสู้กับกิเลสนี้ยากนัก สู้กับความหงุดหงิด สู้กับความสะสมหมักหมมในใจนี้ยากนัก เพราะโดยทางโลกไม่เห็น เวลาสู้กัน กองทัพกิเลสกับกองทัพธรรมไง

ทางโลกๆ เขาทำธุรกิจมีการแข่งขันใช่ไหม ไอ้นี่ปฏิบัติขึ้นมา กูคิดคนเดียว มันไม่เคยเห็นกิเลสไง มันไม่เห็นกิเลส กูคิดคนเดียว กูถูกคนเดียว กูยอดเยี่ยมอยู่คนเดียวไง

แต่เวลาครูบาอาจารย์ของเรานะ ไม่ใช่ ทำความสงบของใจเข้ามา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานคนเดียว แต่ถ้าไปเห็นพญามารเข้า นั่นเห็นความชั่วร้ายของกิเลสไง ความชั่วร้ายของมัน มันหมักหมมอยู่ในจิตใต้สำนึกแล้วไม่ให้ใครรู้เท่าทันมัน ความชั่วของมันนะ มันครอบงำวัฏฏะไง

พระสมัยพุทธกาลเวลาสิ้นกิเลสไปแล้วตาย นิพพาน มารมันหาใหญ่เลย มันขุดค้น มันไม่ยอมไง

พระพุทธเจ้าบอก “มาร เธอหาไม่เจอหรอก”

เพราะอะไร ถ้ามันหาเจอมันต้องมีร่องรอย ร่องรอยคืออวิชชา คือมารมันอยู่ที่จิตใต้สำนึกนั้น พระที่ปฏิบัติไม่เป็น คนที่ไม่ฝึกหัดปฏิบัติ มันไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น ไม่เคยทำลายมันไง พูดข้างเดียว แจ้วๆๆ เชียว

แต่ครูบาอาจารย์เรา หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านเผชิญหน้ากับมันมาแล้ว ท่านทำลายให้มันสิ้นซากไปแล้ว

หลวงตาพระมหาบัวท่านทุกข์ท่านยากขนาดไหนไง มันจะเป็นมันจะตายขึ้นมา ท่านบอก ไอ้พวกทำงานทางโลกที่ว่ามันทุกข์มันยาก ไร้สาระ ลองมาปฏิบัติ

ทีนี้คนปฏิบัติแล้วถ้ามันจริงจัง ธรรมะอยู่ฟากตาย ธรรมะอยู่ฟากตายไง เวลาฝึกหัดปฏิบัติสละตายๆ ขึ้นไป สุดท้ายแล้วกิเลสตาย ท่านบอกว่าเราไม่ตาย เรายังอยู่ไง อยู่จนวันสิ้นอายุขัย ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย

ไอ้เราชาตินี้เป็นชาติเริ่มต้น หวังไปเรื่อย ยึดมั่นไปเรื่อย แล้วชาติเริ่มต้นไง

ชาติสุดท้าย เขาทิ้งไว้กับโลกนี้

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ๆ ไง รื้อสัตว์ขนสัตว์ก็รื้อหัวใจของสัตว์โลกที่มีอำนาจวาสนา ถ้ามีอำนาจวาสนานะ พระองค์นั้นมีอำนาจวาสนาคุ้มครองดูแลเขา

เพราะการต่อสู้กับกิเลสนี้แสนยาก แค่ทำความสงบของใจเข้ามา ทำสมาธิเป็นก็เก่งแล้ว ทำสมาธิเป็นคือเห็นพุทธะ พูดข้างเดียวไง ยังไม่เห็นกิเลสไง

ยกขึ้นสู่วิปัสสนาในแนวทางสติปัฏฐาน ๔ ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ก็เห็นกิเลสก็ผงะเลย โอ้โฮ! หาอยู่ตั้งนาน

พยายามจะเอาตัวเองให้มีความปกติสุขมา ไม่เคยสุขเลย ไม่เคยสุขเพราะครอบครัวของมารไง ลูกหลานของมัน

สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส นี่แค่หลานมันนะ

แล้วเป็นลูกมันน่ะ กายกับใจแยกออก กายเป็นโพธิ จิตเป็นกระจกใจ

พ่อแม่มัน ความโลภ ความโกรธ ความหลง เรือนสามหลังไง เรือนยอดของเรือนสามหลังคืออวิชชา คือพญามาร

นี่ครอบครัวของมันเต็มในหัวใจเลย

แล้วกว่าจะต่อสู้ปฏิบัติไปเป็นคู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงอยากปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ไง

แล้วผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาตามความเป็นจริง ที่เห็นครูบาอาจารย์เป็นครูบาอาจารย์ที่ดีงามไง แล้วครูบาอาจารย์ที่ดีงาม กาลามสูตร ห้ามเชื่อๆๆ แล้วครูบาอาจารย์ที่ดีงามท่านก็ไม่ให้เชื่อๆๆ ท่านไม่ให้เชื่อนะ เพราะความเชื่อแก้กิเลสไม่ได้ ท่านให้ขวนขวาย คุ้มครองดูแล แค่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร

ร่มโพธิ์ร่มไทรเราก็ไปนอนพักใช่ไหม เราก็ต้องออกจากร่มโพธิ์ร่มไทรนั้นไปหาอยู่หากิน เวลาออกจากร่มโพธิ์ร่มไทรนั้นไปหาอยู่หากิน ไปตากแดดตากฝน ไปเผชิญกับเวรกรรมของสัตว์ ทุกข์ไหม เวลามันทุกข์แล้วนะ ถึงเวลามันจนตรอก วิ่งเข้าไปเลยนะ ไปโคนต้นโพธิ์ไง ไปในความคุ้มครองดูแล

คุ้มครองดูแลก็แค่คุ้มครองดูแล แล้วไม่อยากให้เชื่อด้วย อยากให้เอ็งขวนขวาย เอ็งกระทำ กระทำขึ้นมาให้มันเป็นจริงๆ แล้วก็จะไปเห็นกิเลสของเอ็งจริงๆ มันเป็นประโยชน์ของเอ็งนะมึง มันไม่เป็นประโยชน์ของครูบาอาจารย์ ไม่เป็นประโยชน์ของใครทั้งสิ้นเลย แต่ด้วยความที่ใจท่านเป็นธรรม

เป็นธรรมเพราะอะไร

หลวงตาพระมหาบัวไง “องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้ได้อย่างไร รู้ได้อย่างไร”

มันเห็นบุญเห็นคุณไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดเป็นฆราวาส เกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ขนาดวันประสูติด้วยบุญด้วยกุศล เกิดมาเดินได้ ๗ ก้าว เปล่งวาจาเลย “เราจะเกิดชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย”

เวลาออกค้นคว้าอยู่ ๖ ปี อดอาหาร สลบถึง ๓ หน เวลากลั้นลมหายใจจนสลบ ๓ ครั้ง อดอาหารนี่ขนร่วงหมดเลย ยังต้องต่อสู้ขนาดนั้น นี่เกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะนะ เป็นพระโพธิสัตว์ เวลาวิสาขบูชา เวลาฆ่ากิเลส ชำระมาร

เวลามาร เวลาลูกศิษย์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านิพพาน วิ่งหาใหญ่เลย เพราะมันฝังใจไง ฝังใจเวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฆ่ามันตาย มันคร่ำครวญ มันร้องไห้ มันไปฟ้องลูกมันนะ ว่าความโลภ ความโกรธ ความหลงไง เจ้าชายสิทธัตถะพ้นจากมือเราแล้วนั่นไง

ว่ากิเลสมันเป็นนามธรรม กิเลสมันไม่เห็น

มันเป็นนามธรรม มันเป็นความรู้สึก แต่เวลาผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติไปแล้ว พระสารีบุตรไง ถวายการพัดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ไง หลานชายไปต่อว่าไง ไม่พอใจที่เอาตระกูลของพระสารีบุตร พระสารีบุตรมีพี่น้องเป็นพระอรหันต์ ๘ องค์ หรือ ๙ องค์ ลูก ๑๐ กว่าคนเป็นพระอรหันต์ๆ หมดเลย

เวลาไปต่อว่าไง ไปต่อว่าไม่พอใจอะไร พอใจเป็นอารมณ์ไหม

สิ่งที่ว่าจิตเป็นนามธรรม กิเลสมันไม่มี ไม่รู้จักมัน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง “ถ้าเธอไม่พอใจสิ่งต่างๆ เธอต้องไม่พอใจอารมณ์ความรู้สึกของเธอด้วย เพราะอารมณ์ความรู้สึกก็เป็นวัตถุอันหนึ่ง”

เป็นวัตถุเพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสิ้นกิเลส องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเห็นความรู้สึกนึกคิดของคนชัดเจนขนาดนั้นน่ะ

“ความรู้สึกของเธอเป็นวัตถุอันหนึ่ง”

พระสารีบุตรถวายการพัด เห็นไหม ถ้าเป็นวัตถุอันหนึ่ง มันก็เป็นของจริง ต้องทำลายมันได้ พอทำลาย เป็นพระอรหันต์เลย เวลาเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา มันเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจอันนั้น

ถ้าเป็นความจริง วันนี้วันพระ วันพระๆ เราเป็นพระไหม ถ้าเราเป็นพระขึ้นมา มันชื่นใจ มันเห็นบุญเห็นคุณไง มันเห็นบุญเห็นคุณ เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา

ลัทธิศาสนาอื่นเขาอ้อนวอนขอทั้งนั้นน่ะ คือภายนอกไง จะล้างบาป จะทำความดี ข้างนอกหมดเลย

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภายนอก ภายนอกก็เป็นจริตเป็นนิสัยของคน คนถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมา ภายนอกเขาคิดดีงาม เขาอยู่กับสังคมด้วยการไม่เอารัดเอาเปรียบ แล้วยังเป็นที่พึ่งของสังคมอีกต่างหาก เป็นผู้มีบารมีไง ภายนอก

เวลามาปฏิบัติขึ้นมา เราว่าความคิดเราเป็นภายใน

ความคิดทั้งหมดเป็นภายนอก ภายนอกเพราะมันคิดโดยสัญชาตญาณ คิดโดยสมมุติ คิดโดยความเกิดเป็นมนุษย์ไง

ทำความสงบของใจเข้ามา ทำความสงบของใจเข้ามา พอใจสงบแล้วไง เห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริงมันจะยกขึ้นมา ยกขึ้นมาสู่วิปัสสนาได้ นี่ภายใน

แล้วภายนอก ภายในเป็นอย่างไรวะ

เออ! ภายนอกก็ข้างนอกไง ภายในก็ภายในไง

แต่ความคิดทั้งหมดเป็นภายนอก เป็นภายนอกเพราะมันคิดโดยสัญชาตญาณ คิดโดยใครก็คิดได้ไง แล้วเป็นธรรมชาติของมนุษย์ไง มีธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ ไง

เวลาเรามีสติมีปัญญา ใช้ปัญญาอบรมสมาธิ ความคิดมีสติปัญญาเท่าทันมัน มันเกิดดับๆ นี่ภายนอก เวลามันวางหมดล่ะ มันไม่คิด ไม่คิดแล้วรู้ได้อย่างไรล่ะ รู้เพราะมันหยุดไง แล้วกูยังอยู่นี่ไง มันจะเข้าสู่ภายในไง

ภายนอก ภายใน แล้วเข้าสู่ภายในแล้วจะยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ งานในพระพุทธศาสนา ภาวนามยปัญญา ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา

ทุกข์ ให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการด้วยมรรค ๘ มรรค ๘ ด้วยเป็นภายใน

ในที่ไหน

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ในใจมึงไง ในจิต เพราะจิตนี้เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ จิตนี้เป็นตัวเกิด

ถ้าเอ็งไม่เห็นจิตของเอ็งเป็นสัมมาสมาธิ เอ็งจะเข้าไปทำงานภายในได้อย่างไร

แล้วถ้างานภายใน อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ก็ตนนั้นน่ะเกิดอีก ๗ ชาติ ยังเกิดอีกนะ คู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ เอ็งทำเป็นหรือเปล่า เอ็งเป็นพระได้อย่างไร

ถ้าเอ็งเป็นพระๆ ขึ้นมาโดยสัจจะโดยความจริง นี่วันพระๆ ถ้าวันพระ ถ้ามีอำนาจวาสนา เราเป็นอุบาสก อุบาสิกา บริษัท ๔ ที่พระพุทธเจ้าฝากศาสสนาไว้ ยังระลึกถึงพระพุทธศาสนา ไปวัดไปวาทำบุญทำกุศลเพื่อหัวใจของตนให้พุทธะนี้มีอำนาจวาสนา

ถ้าพุทธะนี้มีอำนาจวาสนา มันจะคิดเป็นสาธารณะ มันฟังเหตุฟังผล มันไม่คิดของมันเองไง กูแน่ กูถูก กูดีอยู่คนเดียว แต่เวลาเป็นจริงแล้ว โอ๋ย! กูนี่เลวทราม มนุสสเปโต มนุสสติรัจฉาโน มนุสสเทโว เกิดดับๆ ในใจนี้

เดี๋ยวก็เป็นเทวดา โอ้โฮ! คิดยอดเยี่ยม เดี๋ยวก็เป็นเปรต เดี๋ยวก็เป็นเดรัจฉาน เดรัจฉานเที่ยวขวิดเขาไง ควายตู้ ขวิดๆๆ นั่นน่ะเดรัจฉาน โอ้โฮ! จิตกูเป็นได้ขนาดนี้เชียวหรือ

ถ้ามันมีอำนาจวาสนานะ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ไม่โทษใคร เพราะมันเป็นเวรเป็นกรรมของสัตว์ เราไม่สร้างเวรสร้างกรรมกันมา เราจะไม่มาเกิดร่วมกัน แต่เป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว

ถ้าเป็นกรรมดี บัดดี้ เพื่อนตาย สละชีวิตเพื่อกันได้เลย ถ้าเป็นกรรมชั่ว เขาจ้องจะล่อเราตลอด พลาดไม่ได้ ไม่พลาดเขายังกระทืบเลย แล้วถ้าพลาดล่ะ เห็นไหม มันเป็นกรรมของสัตว์ ทำดีหรือทำชั่ว กรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม

แต่เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราได้ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามา ฟังเทศน์ตั้งแต่หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นจนหูแฉะเลยล่ะ ฟังจนชินหู แต่หัวใจมันด้านๆๆ หัวใจมันดื้อด้าน

แต่ถ้าคนมีอำนาจวาสนานะ มันเปิดใจไง มันเปิดฟัง

เปิดฟังก็ฟังแล้วไม่เข้าใจหรอก ฟังอย่างไร นี่ฟังธรรมไม่เป็น ฟังธรรมไม่เป็นเพราะใจอายตนะมันไม่เปิด ฟังธรรมไม่เป็นเพราะหัวใจมันไม่เข้าใจของมัน

แต่คนฟังธรรมเป็น ตั้งแต่ยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ เวลาพิจารณาจนกายแยกสลายออกไป กายเป็นกาย จิตเป็นจิต ทุกข์เป็นทุกข์ นี่เริ่มต้นฟังธรรมเป็น เพราะอะไร

เพราะว่าสิ่งที่สื่อสาร เครื่องรับกับเครื่องส่งมันเข้ากันได้แล้ว ฟังธรรมเป็นๆ นะ วางใจได้แล้ว เขาต้องไปถึงที่สุดแห่งทุกข์ ช้าหรือเร็วเท่านั้น

นางวิสาขาเป็นพระโสดาบันตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ มีสามีไป มีลูกมีหลาน ๒๐ กว่าคนนั่นน่ะ ถึงเวลา เวลาหลานที่ทำบุญแทน คนที่ไว้วางใจได้ตาย ร้องไห้ เสียใจ ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ร้องไห้

พระพุทธเจ้าถาม “วิสาขาร้องไห้ทำไม”

“ร้องไห้เพราะมือขวา หลานที่ทำบุญแทนอยู่เสียชีวิตไป”

“แล้วคนทั้งตำบล ถ้าเป็นหลานของเธอทั้งหมดล่ะ เธอไม่ต้องร้องไห้ทุกวันๆ เลยหรือ”

เห็นไหม สิ่งที่พอพระพุทธเจ้าเปิดช่องเท่านั้นน่ะ ระลึกได้ จบ

นี่พูดถึงฟังธรรมเป็นๆ แต่มันยังไม่รอบคอบ มันก็ยังเผลอไปในกิเลสที่ละเอียด แต่ไอ้เรื่องเข้าใจผิด เรื่องยึดมั่นถือมั่นทางโลกนะ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส เป็นไปไม่ได้ มันไม่ไปยุ่งกับใครทั้งสิ้น

แต่คนทำงานแทน ผลประโยชน์ส่วนตัวไง แล้วเวลาตายไป เห็นคุณงามความดีของเขา ซาบซึ้งบุญคุณของเขา แล้วคนที่ทำงานแทนตายไป ร้องไห้ พระโสดาบันนะ ร้องไห้คร่ำครวญเลยนะ ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า

วิสาขา เธอเป็นอะไร

โอ้โฮ! หลานที่เป็นหลักในการทำงานของตนเสียชีวิตไป

แล้วถ้าคนทั้งตำบลเป็นญาติของเธอ เพราะมีคนเกิด คนตายอยู่ทุกวัน มันเป็นธรรม มันเป็นสัจจะเป็นความจริงว่า ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด ผลของวัฏฏะ ภพชาติใด อายุขัยเท่าไร กินอาหารอะไร แล้วก็ต้องตายไป ตายไปด้วยความทุกข์ความยาก นี่พระโสดาบันยังร้องไห้ พระอานนท์ พระพุทธเจ้าจะตายก็ยังร้องไห้

เวลาถึงที่สุดนะ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “อานนท์ เธออย่าเสียใจไปเลย ใครจะอุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อไปก็ทำไม่ได้เท่าเธอหรอก อีก ๓ เดือนข้างหน้าเขาจะมีการสังคายนา เธอจะได้เป็นพระอรหันต์ในวันนั้น ไม่ต้องทุกข์ใจไปเลย”

นี่ไง พระโสดาบัน มันก็ยังฝังใจ พระพุทธเจ้าบอกว่าจะเป็นพระอรหันต์ๆ นี่ส่งออกไหม ข้างนอก โฮ้! ทุกข์เกือบตาย นั่งมาทั้งวันแล้วแหละ ถอนหมดเลย ขอพักก่อน วางก่อนเถอะ มันกลับมาข้างใน พอมันกลับเข้ามาข้างในนะ ผัวะ! นี่ไง ช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น แต่มันต้องมากับการฝึกหัดฝึกฝนขึ้นมาก่อน มันต้องมีหลักมีเกณฑ์ของมันขึ้นมา

ว่าช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น งูก็แลบลิ้นอยู่ในเสาวภานั่นไง ช้างก็ปางช้างนู่นไง เราไม่มีอะไรเลย

ถ้ามีขึ้นมา เรามีสติปัญญาของเราไง ช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น ผัวะ! เป็นพระอรหันต์ขึ้นมาเลย พอเป็นพระอรหันต์ขึ้นมา จบ สมบูรณ์แบบ ดำดินไปโผล่ท่ามกลางคณะสงฆ์ ทำสังคายนา องค์ที่ ๕๐๐

เถรวาท พระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ทำการสังคายนามา พระอรหันต์ทั้งสิ้น แล้วญัตติไว้ว่าเราจะไม่แก้ไข เลยเป็นเถรวาท เถรวาท คำสั่งสอนของพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ เป็นเถรวาท หีนยานที่คับแคบ ที่ไม่เปิดกว้าง

คับแคบ คับแคบเพราะว่านั่นเป็นธรรมและวินัย

ไอ้กิเลสมันเปิดกว้าง กิเลสมันจะล้มล้าง แล้วก็โดยธรรมชาติ มันล้มล้างอยู่แล้ว ล้มล้างว่ากูพูดข้างเดียวไง พูดข้างเดียวไม่เคยเห็นกิเลส ไม่รู้จักอะไรทั้งสิ้น โม้ไปเรื่อยเปื่อย แล้วมันมีหลักมีเกณฑ์ไหม ไม่มี เพราะเขารู้ไม่ได้ ภาวนาไม่เป็น

ถ้าภาวนาเป็นนะ เงียบ ธรรมและวินัยเป็นศาสดา เคารพบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

“ในบรรดาสัตว์สองเท้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด”

การคบมิตรๆ คบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ระลึกพุทโธๆๆ นี่ชื่อขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จิตสงบเป็นพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ท่ามกลางหัวใจของเรา เอวัง